..ถั่วเถาเผาผลาญ..

posted on 18 Aug 2008 22:53 by leafsway

บทกวีบทนี้โจสิดลูกโจโฉ น้องชายโจผี เป็นผู้แต่ง
โจผีอิจฉาโจสิดที่ฉลาดและเป็นที่รักของพ่อมากกว่าตน เมื่อสบโอกาสจึงหาเรื่องฆ่าโจสิด

โดย โจผีสั่งให้โจสิด แต่งกวีบทนี้ ภายในเจ็ดก้าว
ไม่เช่นนั้นจะฆ่าทิ้งเสีย
โจสิดคิดเห็น
เม็ดถั่วที่ต้มอยู่บนเตา
แต่เถาถั่วกลับถูกใช้เป็นเชื้อไฟ
สำหรับต้มถั่ว
จึงถอนหายใจ
แล้วแต่งบทกวีบทนี้ขึ้นอย่างฉับพลัน
แปลได้ประมาณนี้ครับ

.

ต้มถั่วในกะทะ
ตระเตรียมจะทำซุปใส
เถาถั่วคือเชื้อไฟ
ถั่วร่ำไห้ในกะทะ

"ต่างก็เกิดจากรากเดียวกัน
เร่งเผาผลาญกันไปทำไม"


.

เพราะบทกวีบทนี้ โจสิดจึงรอดตาย

 

ขอมอบกลอนบทนี้แด่พี่น้องชาวไทยครับ

 

****************
Credit -- http://www.oknation.net/blog/littlewizard/2007/08/30/entry-1

 

..คนไทยมีน้ำใจ..

posted on 04 Aug 2008 19:36 by leafsway

          1

          เค้าว่ากันว่าคนไทยมีน้ำใจ

          2

          เมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อนผมคนหนึ่งได้มีนัดไปสัมภาษณ์งาน

ด้วยความที่เป็นหญิงเอวบางร่างน้อย จึงแต่งตัวสวยเต็มที่

เผื่อว่าคนสัมภาษณ์จะเกิดความประทับใจ เพื่อนผมเดินทางไปสัมภาษณ์ด้วยรถส่วนตัวครับ

ด้วยความที่บริษัทไม่มีที่จอด จึงต้องมาจอด ณ ลานจอดรถบริเวณใกล้เคียง

เพื่อนผมขับวนไปมาด้วยความกังวลใจ เพราะใกล้เวลานัดแล้ว แต่ยังหาที่จอดไม่ได้ซักที

แล้วก็เหมือนพระเจ้้าทรงรับรู้ได้ถึงความกังวลใจนั้น ประทาน ที่จอดรถมาให้เธอหนึ่งที่พอดิบพอดี

แต่ชีวิตไม่ง่ายเกินไปนัก เพราะมีรถที่จอดซ้อนคันบังอยู่ เธอต้องลงไปเข็นรถเหล่านั้นประมาณ 4 คัน

ด้วยความที่ต้องการจอดอย่างเร่งด่วน เธอผู้เอวบางนางนี้ จึงลงไปขยับรถด้วยตัวเอง

แล้วก็มีรถคันหนึ่งขับผ่านมา เป็นชายหนุ่ม สวรรค์โปรดฉันอีกครั้ง เพื่อนผมคิด

ชายหนุ่มลดกระจกลงและพูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ

"เฮ้ยย.....เร็วๆหน่อยเด่ะ"

ผมหวังว่าเค้าคงกำลังรีบ 

          3

          ผมนั่งรถเมล์ไปทำงานครับ จึงพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา

แล้ววันหนึ่งขณะที่ขึ้นรถเมล์กลับที่พัก อยากให้นึกสภาพของปลากระป๋อง อย่างไรอย่างนั้น

คนแน่น เบียดเสียด แทบไม่มีที่ยืน ผมยืนใกล้กลับหญิงคนหนึ่ง ไม่สิ หญิง 1 ส่วนอีกคนไม่รู้

เพราะจริงๆแล้วเธอกำลังท้อง ท้องโย้เชียวครับ

เมื่อพนัดงานเก็บสตางต์มเห็นเข้า จึงหันไปหันมา พร้อมทำหน้าหงุดหงิด

"ช่วยลุกขึ้นให้คนท้องหน่อยค่ะ"  ดูเหมือนจะไม่มีการตอบรับ ไม่เป็นไร คงไม่ได้ยิน

"ช่วยลุกขึ้นให้คนท้องหน่อยค่ะ" ไม่มีการตอบรับเช่นเดิม

แล้วหญิงคนนั้นก็พูดขึ้น ไม่เป็นไรค่ะ อีก 3 ป้ายก็ลงแล้ว

ดูเหมือน 2 ชีวิตที่ยืนอยู่จะมีน้ำใจเสียสละให้คนที่ทำงานมาเหนื่อยๆได้นั่งพักผ่อนกัน

ผมหวังว่าคนที่นั่งอยู่คงฟังเพลง หรือเพลียจนหลับไปเลยไม่ได้ยิน

          4

          หลังจากลงรถเมล์ตรงปากซอย ผมมักจะหาอะไรทานก่อนกลับมาที่ห้องเสมอ

เพราะหากกลับห้องก่อน ดูเหมือนผมจะขี้เกียจเกินกว่าจะเดินออกมาอีก

ไปเจอร้านขนมจีนและร้านข้าว ตั้งอยู่ใกล้กัน ระหว่างร้านมีโต๊ะตั้งอยู่ 4 แถว

ดูเหมือนจะเป็นของร้านขนมจีน 3 แถว เพราะผมเห็นผักวางเต็มโต๊ะ

ผมเดินไปสั่งข้าว เสร็จแล้วจึงเดินกลับมาหาที่นั่ง แต่ดต๊ะร้านข้าวเต็มเสียแล้ว

ผมจึงไปนั่งที่ร้านขนมจีน เพราะเห็นว่าอยู่ใกล้ๆกัน

เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งเดินมาถึง "พี่รับอะไรครับ"   "ผมสั่งข้าวครับ"

"ไปนั่งโต๊ะโน้น คนละร้านกัน"

ผมทำท่าลุกขึ้น พร้อมทำหน้างงเล็กน้อย พอเข้าใจครับ ว่าโต๊ะนี้ต้องการไว้ให้ลูกค้าเขานัง

แต่ในขณะนั้นมีโต๊ะว่างถึง 2 โต๊ะใหญ่...

โชคดีหน่อยตรงที่โต๊ะร้านข้าว มีคนลุกขึ้นพอดี

ผมมาัานั่งด้วยความเข้าใจร้านขนมจีน แต่ก็อดคิดไม่ได้...

ผมหวังว่าลูกค้าเค้ากำลังจะเยอะในไม่ช้า จึงต้องจัดโต๊ะเตรียมไว้

          5

           ผมว่าตอนนี้อากาศร้อนเป็นพิเศษ แม้จะเข้าหน้าฝนแล้วก็ตาม

ผมเพิ่งรับรู้และสำนึกถึงปัญหาโลกร้อนก็วันนี้เอง

ดูเหมือนโลกเรากำลังร้อนเกินไป

เพราะผมสังเกตุเห็นไม่ใช่มีเพียงแต่น้ำแข็งเท่านั้นที่ละลาย

ดูเหมือนน้ำใจก็ละลายหายไปด้วย

ปัญหาโลกร้อน น่ากลัวจริงๆ...

ผมหวังว่าพวกเราจะช่วยกันแก้ไขได้ทัน

หวังว่าโลกนี้คงไม่ร้อนจนเกินไปนัก

          6

          ผมหวังมากไปไหม

..แพะ..

posted on 20 Jul 2008 01:50 by leafsway

     ผมมีสิ่งที่อยากทำอยู่หลายอย่าง ผมอยากเปิดร้านกาแฟ อยากเปิดร้านหนังสือ

อยากอยู่สงบๆ อยากเขียนหนังสือ อยากเที่ยวไปทั่วโลก อื่นๆอีกมากมาย

      คืนก่อนผมคุยโทรศัพท์กับรุ่นน้องที่คณะคนหนึ่ง จากแรกๆที่คุยกันเรื่องวิชาเรียน

อนาคต การงาน คุยไปคุยมาอีท่าไหนไม่รู้ น้องเค้าก็บอกว่าอยากเปิดร้านขนม

อยากทำขนม แล้วเล่าจินตการให้ผมฟัง ด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากตอนพูดถึงวิชาเรียนลิบลับ

น่าอิจฉาคนมีความฝัน มันเหมือนมีความสุขแล่นไปทุกอณูของร่ายกาย

และดูเหมือนจะแล่นผ่านสายโทรศัพท์เผื่อแผ่มาถึงผมด้วย

ผมฟังแล้วก็มีความสุข เหมือนกำลังใช้ต่อมใต้สมองร่วมกัน

สารกระตุ้นความสุขไหลเวียน หัวใจเต้นแรงขึ้นอีก 1.2 ริกเตอร์

      เคยมีคนถามผมว่าผมมีความฝันไหม อยากทำอะไร

"อยากเลิกอ้าง" เป็นคำตอบของผม

สังเกตุได้จากคิ้วของคนถามขมวดเป็นรูปเครื่องหมายคำถาม

ผมจึงสำเหนียกได้ว่าผมควรจะอธิบายต่อ

ผมชอบบอกกับตัวเองว่าไม่มีเวลา

อยากไปเที่ยว แต่ไม่มีเวลา

อยากเปิดร้านกาแฟ จะเอาเวลาที่ไหนไปทำ

น่าสงสารเวลา

      ผมสำนึกอยู่ตลอดว่า้เวลาของทุกคนมีเท่ากัน

แต่พยายามเก็บไว้ในก้นบึงของสมอง

เพื่อสามารถนำมาใช้ปลอบใจว่า "ไม่มีเวลา" ได้ เมื่อไม่ได้ทำอะไรตามที่ฝัน

ดูเหมือนเวลาจะเป็นแพะรับบาปของคนแช่แข็งความฝัน

จิงๆแล้ว เราควรจะให้เวลากับสิ่งที่เรารัก เราฝัน สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข มากที่สุดไม่ใช่หรือ

"ไม่มีเวลา" จึงเป็นข้ออ้างสำหรับผม

ผมอยากเลิกอ้าง

      ผมหันไปดูนาฬิกา ผมเห็นเวลาหรือเห็นแพะ

เปล่า...ผมเห็นนาฬิกา จะให้เป็นเวลาหรือเป็นแพะอยู่ที่ผมจะเลือก

ขณะนี้เวลา 2 นาฬิกา 14 นาที...