..หมาหมอบ..

posted on 13 Jul 2011 20:01 by leafsway
      เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมนั่งเรียนวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์และพฤติกรรมองค์การ
สนุกดีนะครับวิชานี้ อาจารย์บอกว่าบางวิชาไม่ได้เรียนเพื่อเอาไปทำข้อสอบ
แต่เรียนเพื่อตอบคำถามชีวิต วิชานี้ทำให้คุณสามารถมองโลกแบบละเอียดมากขึ้น
"มองโลกแบบละเอียด" ผมชอบคำนี้จัง...
 
      วันนั้นอาจารย์หยิบยกมาทฤษฎีหนึ่งชื่อว่า
"Learned Helplessness" หรือ "เรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง"
แล้วอาจารย์ก็ยกเอาเรื่องที่คุณประภาส ชลศรานนท์
เขียนไว้ในหนังสือชื่อตอนว่า "หมาหมอบ" มาเป็นตัวอย่างคร่าวๆ
แต่ด้วยที่อาจารย์ไม่ได้อธิบายละเอียดนัก ผมจึงกลับมาเปิดหนังสือของคุณประภาสอีกครั้ง
ด้วยความที่ไม่เชื่อว่าตัวหนังสือของประภาส ชลศรานนท์ จะบอกให้ผมสิ้นหวังเช่นนั้น
แล้วผมก็เจอชื่อตอน "หมาหมอบ"
หมอบอยู่ในสารบัญหนังสือ "คุยกับประภาสลำดับที่ ๗ : เท่าดวงอาทิตย์"
 
     ในหนังสือมีผู้หญิงคนหนึ่งเขียนมาด้วยความสิ้นหวังในชีวิต ท้อแท้และอับจนหนทาง
คุณประภาสจึงยกเรื่องราว "หมาหมอบ" ที่ว่ามาเล่าให้ฟัง
ผมขออนุญาตเล่าให้ฟังคร่าวๆสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักทฤษฎีนี้นะครับ

ทฤษฎีนี้ "Learned Helplessness" ถูกทดลองโดย Dr.Martin Seligman
โดยเอาหมามาจับขังกรงที่ไม่มีทางออก จากนั้นจึงปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตหมาเหล่านั้น
แรกๆหมาพวกนั้นก็เห่าหอนตามประสาหมา
หมาที่ตัวใหญ่หน่อยก็ตะกายกรงเพื่อหาทางออก
ส่วนตัวที่เล็กหน่อยก็ิ่วิ่งวนไปมาด้วยความเจ็บปวด
แต่เมื่อมันโดนช็อตมากๆเข้า วันหลังๆหมาเหล่านั้นมันเลิกครับ
เลิกเ่ห่าหอน เลิกตะกายกรง เลิกวิ่งไปมา 
ตา ดร.มาร์ติน เห็นแบบนั้น เลยย้ายหมาเหล่านั้นไปไว้ในกรงที่ใหญ่ขึ้น
แต่ไมว่ากรงจะใหญ่ขึ้นแค่ไหน และช้อตไฟฟ้าอีกกี่ครั้ง
หมาเหล่านั้นก็เลือกที่จะนอนนิ่งๆ ปล่อยให้ไฟฟ้ามันช้อตไป
ดร.มาร์ติน จึงสรุปว่า
"สัตว์ทุกชนิด เมื่อเจอความเจ็บปวดตอกย้ำ ซ้ำๆหลายๆหน
จะเกิดความชาชินและสุดท้ายก็สิ้นหวังกับทางออกของชีวิต"
 
แต่คุณประภาสไม่ได้จบแค่ตรงนี้ครับ
คุณประภาสแกบอกว่าสิ่งมีชีวิตไม่ใช่ไฟล์อะไรซักไฟล์ที่ก็อปปี้มาแล้วจะเหมือนกันหมด
คุณประภาสเลยเล่าเรื่องของคนอีกคนชื่อว่า วิคเตอร์ อี. ฟรังเกล ให้อ่าน
วิคเตอร์เป็นจิตแพทย์ทั่วไปในกรุงเวียนนา แต่ชีวิตมาเปลี่ยนผันเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2
ทันทีที่สงครามเริ่มต้น เขาถูกจับเพราะเขาเป็นยิว
พร้อมด้วยชาวยิวอีกนับหมื่นนับแสน ถูกขังอยู่ในคุกออสวิทซ์
เขารู้ดีว่า อีกไม่นานเขาและนักโทษคนอื่นๆจะต้องตาย
ลองคิดสภาพนักโทษ ที่ต้องเห็นชีวิตที่เคยอยู่ข้างๆกัน ตายไปวันละคนสองคนนะครับ
ความทุกข์และความสิ้นหวังคงกดทับจนไม่อยากจะทำอะไรอีกแล้ว
 
     วิคเตอร์ได้เขียนไว้หนังสือชื่อว่า MAN'S SEARCH FOR MEANING 
เขายังมีชีวิตอยู่ในคุกนรกได้ ก็ด้วยปณิธาน ๓ ข้อ
๑.จะต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อกลับไปหาครอบครัวให้จงได้
๒.จะต้องใช้ความรู้ทางการแพทย์ช่วยคนอื่นอย่างเต็มกำลัง
๓.จะเรียนรู้ท่ามกลางวิกฤตการณ์สังหารหมู่มหาโหดให้มากที่สุด เพื่อกลับไปเล่าให้คนรุ่นหลัง
 
ดูหัวจิตหัวใจของตาวิคเตอร์สิครับ ตัวเองยังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงเมื่อไหร่
ยังอุตส่าห์คิดถึงครอบครัว คนอื่นๆ และคนรุ่นหลัง
 
     คุณประภาสยกข้อความในหนังสือเล่มนี้มาตอนหนึ่ง ที่แกบอกว่าเขียนไว้ดีเหลือเกิน
"แม้จะมีคนตายเป็นล้านๆ แต่สำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่
พวกเราต้องคิดเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งว่า
เราต้องรอดเพื่อไปทำสิ่งดีๆ เราต้องรอดเพื่อไปทำสิ่งสำคัญที่รอเราอยู่"  
 
เนลสัน แมนเดลา รัฐบุรุษของโลกรอดชีวิตจากการทรมานในคุกถึง 27 ปี ก็ด้วยปณิธานข้อนี้
 
ชีวิตคนเราคงมีโอกาสได้เจอกับช่วงเวลาไฟช็อตและไร้ทางออกเข้าบ้าง
ชีวิตคนเราคงมีบางช่วงเวลาที่ชินชากับความเจ็บปวดและหมอบลงอย่างสิ้นหวัง
 
แต่ใช่หรือไม่ว่า แม้หมาเหล่านั้นจะหมอบ...แต่มันยังไม่ตาย
ใช่หรือไม่ว่าวิคเตอร์ที่ดูเหมือนจะต้องตาย...แต่กลับรอด
 
ใช่หรือไม่ว่า ดร.มาร์ติน อาจจะสรุปทฤษฎีผิด
หมาเหล่านั้นไม่ได้เรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง แต่เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเจ็บปวด
หากทนได้และมีชีวิตต่อไป
วันหนึ่ง ดร.มาร์ติน คงจะเบื่อการทดลองและปล่อยหมาเหล่านี้ออกไปเอง
หากทนได้และมีชีวิตต่อไป
ก็จะรอดจากคุกมหาโหดออกมาบอกเล่าความคิดและความหวังดั่งเช่นที่วิคเตอร์ทำ
 
แม้จะอ่านหนังสือเล่มนี้มาหลายรอบ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมคิดได้
"เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเจ็บปวด ไม่ใช่เรียนรู้ที่จะสิ้นหวัง"
 
.....

Comment

Comment:

Tweet

We are equipped to comfort your software development needs, all you have to do is check this <a href="http://Soft-group.com/">software firm</a> and your business’s efficacy is secured!

#10 By LesaPacheco20 (103.7.57.18|31.184.238.73) on 2013-07-09 13:10

เพราะคนที่ยิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จ

มักเต็มไปด้วยบาดแผลทั้งนั้น..

#3 By A Beautiful Lie on 2011-10-14 01:47

Hot!

#2 By ลมพัด on 2011-08-19 00:41

ปรับตัวอยู่กับสิ่งที่เป็น สิ่งที่มี big smile Hot!

#1 By GUMBEAR on 2011-07-13 21:00