บทเรียนจากคลองแสนแสบ

posted on 27 Apr 2012 00:36 by leafsway

     ตั้งแต่เกิดมา ผมเคยนั่งเรือเพียงครั้งเดียว

ซึ่งก็เป็นเรือข้ามเกาะขนาดกลาง ที่ทำให้เมาเรือและโงนเงนเพียงเล็กน้อย

แต่ไอเรือที่ท้าลมร้อนและน้ำสุดแสบหนะไม่เคย!

จนกระทั่งมาทำนิด้าช้อป ถึงได้มีหน้าที่ที่ต้องเดินทางไปโบเบ๊หรือสนามศุภฯบ่อยขึ้น

ครั้นจะเอารถไปก็ไกลแสนไกล นั่งเรือไปง่ายกว่าเยอะ

และด้วยเหตุฉะนี้ จึงทำให้ผมได้มีโอกาสโดยสารพาหนะสุดซิ่งประจำคลองแสนแสบอยู่บ่อยๆ

 

     สำหรับคนที่ไม่เคยนั่งเรือเส้นทางคลองแสนแสบ ผมจะบอกให้รู้ว่าคุณพลาด

เพราะมันไม่ใช่แค่การนั่งเรือโดยสาร แต่มันคือการผจญภัย

ไหนจะการ ขึ้น-ลง เรือ ที่ท้าทายความสามารถในการทรงตัว

ไหนจะต้องมีการปกป้องตัวเองจากน้ำแสนแสบที่แสบแสน

ซึ่งไอ้วิธีการป้องกันน้ำคลองของเรือนี่ก็น่าสนุกนัก

เขาจะใช้วิธีเอาผ้าใบมาขึงไว้ แล้วเจาะรู้ผูกรอกไว้ ประมาณ 5 จุด

ระหว่างเรือแล่นก็ดึงรอกไว้เพื่อให้ผ้าใบยกสูงขึ้นมากันน้ำ

พอถึงท่า ก็ปล่อยรอกลง เพื่อให้สามารถ ขึ้น-ลง เรือได้

 

ความสนุกมันอยู่ตรงนี้

 

     จะด้วยวิธีการอะไรก็แล้วแต่ อาจจะด้วย NORM หรือเกิด Social Leraning ก็ตามที

โดยปกติผู้ที่มีหน้าที่ชักดึงรอก จะเป็นคนที่นั่งใกล้รอกที่สุด โดยไม่ต้องมีใครบอก

แต่ก็อาจมีบ้างที่ผู้นั่งใกล้ที่สุด กลับกลายเป็นผู้มาใหม่ ที่ไม่เคยผจญภัยเส้นทางน้ำแสนแสบเส้นนี้

จึงทำให้ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไม่ดึง ผ้าใบก็ไม่ยกสูง เมื่อผ้าใบไม่ยก....ก็เปียก

 

ปรากฎการณ์ทางสังคมเหล่านี้ทำให้ผมสงสัย

ว่า..."ทำไมต้องดึง"

ในเมื่อทุกคนที่ก้าวเข้ามานั่งในเรือนี้ จ่ายเงินในราคาตามระยะทางอย่างยุติธรรมเท่าๆกัน

ทุกคนจึงควรมีสิทธิที่จะนั่งสบายๆเหมือนกัน มีสิทธิที่จะนั่งสัปหงกอย่างเท่าเทียม

ทำไมคนๆนึง(หรืออาจจะ4-5คน) ต้องมานั่ง(หรือยืน)ดึงรอกและผ่อนรอกด้วย?

 

    บางทีสังคมอาจต้องการพฤติกรรมเหล่านี้

พฤติกรรมการ "ทำเกินหน้าที่" แบบจำยอม "เสียสิทธิ" ของตนเองไปบ้าง

คนที่เข้ามานั่งใกล้ๆรอกไม่มีหน้าที่โดยตรงใดๆเลยที่จะต้องดึง

เขาเหล่านั้นมานั่งตรงจุดนั้นโดยบังเอิญเท่านั้น

และมีสิทธิอย่างเต็มที่ที่จะนั่งสบายๆหรือนั่งหลับ ตราบเท่าที่ไม่เอาหัวไปพาดไว้กับคนข้างๆ

แต่เขาเหล่านั้นส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะนั่งไม่สบายหรืออดสัปหงก

(ซึ่งขอยกเว้นในรายที่เป็นผู้ชำนาญการที่สามารถหลับและดึงรอกไปพร้อมกัน!!)

แน่นอนว่าเหตุผลหนึ่งย่อมเป็นการปกป้องตัวเอง จากเหตุที่ทำให้เกิดความสกปรกหรือความไม่ชอบใจ

แต่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่ยังสามารถปกป้องคนอีก 4-5 คนที่นั่งใกล้ๆได้อีกด้วย

 

   บางครั้ง ในบางบทบาททางสังคมบางอย่างที่เรา 'บังเอิญ' ได้รับมา เราอาจต้องทำหน้าที่ดึงรอกบ้าง

แม้ไม่ใช่หน้าที่ แต่อาจเป็นสิ่งที่ควรทำ

เสียสิทธิบางอย่างเพื่อนำมาซึ่งประโยชน์ที่มากกว่า ไม่ใช่แ่ค่ของเราเอง แต่ยังประโยชน์ไปยังผู้อื่น

ในสังคมที่ถูกบีบบังคับให้เกิดการอยู่ร่วมกัน

หากเราไม่ทำ น้ำเน่าเหล่านั้นคงไม่ได้กระเด็นมาโดนแค่คนรอบข้าง แต่เราเองก็หลบไม่พ้น

 

หากเราไม่ทำ เมื่อถึงเวลานั้น

เวลาที่น้ำแสนแสบกระเด็นมาโดนร่างอย่างแสบแสน 

4-5 คนที่โดนน่ำกระเด็นใส่กันถ้วนทั่ว อาจจะลุกขึ้นมาด่าทอพร้อมตะโกนใส่หน้ากัน

"ทำไมมึงไม่ทำ"   "แล้วทำไมมึงไม่ทำ"

.

.

.

แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

"เพราะเราต่างก็เปียกปอนด้วยน้ำครำอันโสโครกโดยถ้วนทั่วกัน"

-----

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

ถ้าน้ำใสกว่านี้ ผมคงหลงรักการนั่งเรือ.

#2 By kae on 2012-04-29 15:38

ทำไมน้ำมันถึงได้เน่าแบบนั้นละ ?

*ผมไม่ใช่คน กทม

#1 By GotACurvedSword on 2012-04-27 02:37