นี่เป็นเรื่องที่เรายังไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนพ้องน้องพี่เท่าไหร่ คือตอนนี้เรากลับมาทำงานที่บ้านแล้ว เป็นการทำงานทางไกล ขึ้นกรุงเทพก็เดือนละ 1-2 ครั้ง ไปประชุม รักษาความสัมพันธ์และปรับระบบการทำงานบ้างเล็กน้อย  Skype ,Line ,Google Hangout และเทคโนโลยีอื่นๆ มันทำให้ความจำเป็นในการเข้าออฟฟิศน้อยลง เหมือนที่พี่แอนบอกเอาไว้ "การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้นั้นทำลายความจำเป็นของเมืองหลวงลงไปอย่างราบคาบ" ขอบคุณทิม เบอร์เนิร์ส ลี ,สตีฟ จ็อบ ,บิล เกตส์ ,เพจ&บริน และอีกหลายๆคนมา ณ ที่นี่ด้วย
ที่สำคัญคือขอบคุณพี่ๆที่ออฟฟิศมาก ที่อนุญาตให้เราทำงานแบบนี้ อาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสารบ้าง แต่จะพยายามปรับปรุงนะครับ T_T

ส่วนสาเหตุที่กลับมาอยู่บ้าน ก็ด้วยเหตุผลอะไรหลายๆอย่าง

- ต้นทุนด้านการเงิน
   อย่างแรกก็เรื่องการเงินอยู่กรุงเทพฯ วันๆหนึ่งมีรายจ่ายประมาณ 150-200 บาท(ประหยัดแล้ว) กลับมาอยู่บ้าน 50-100 บาท(ฟุ่มเฟือยแล้ว)  ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคมต่างๆนาๆ ที่ลดลงไปเพราะกลับมาบ้านเราก็ไม่ค่อยจะไปไหน

- ต้นทุนด้านเวลา
   อยู่กรุงเทพฯ ติดอยู่บนรถ 2-3 ชั่วโมง ถ้าจะไปโลตัสก็อย่างต่ำๆ 30 นาที โคตรจะมีแต่ Waste Time เลย มาอยู่บ้านตื่นมาทำงานเลย จะไปโลตัสเหรอ เดินข้ามถนนเอา จะไปฟิตเนสเหรอเดิน 3 นาทีถึง ถ้าจะเอาเวลาเท่าๆกับที่เสียไปในกรุงเทพฯ ชั่วโมงนึงเราสามารถไปนอนรีสอร์ทริมทะเลหรือบ้านพักตีนนเขาหลวงได้แบบชิวๆเลย เอา Waste Time ที่ต้องเสียไป มาอ่านหนังสือ ดูยูทูป นอนเกาตูด ไปขี้ และอีกหลายๆอย่างได้สบายๆ

- โอกาสในชีวิต 
   คือว่ากันตรงๆอยู่ที่ กทม. เราเป็นหางแมวซักตัวนึงที่วิ่งวกวนอยู่ในกรงขังของเมืองหลวง แต่กลับมาที่นี่เรามี Connection มี Value พอจะมาเป็นตัวหรือหัวแมว(เห็นแมวกำลังฮิต) ซึ่งนั้นมันทำให้เราเอาไปต่อยอดทำอะไรได้อีกหลายอย่าง

- ได้อยู่กับพ่อแม่
    อันนี้พิมพ์แล้วดูคนดีเป็นลูกกตัญญูมาก แต่จริงๆก็ปล่าวหรอกเรากลับมาบ้านก็ไม่ได้ทำตัวเป็นเด็กกตัญญตามที่เขานิยามกัน เราอยู่เฉยๆทำงาน ทำตัวเหมือนเดิม ไม่ได้เลี้ยงดูอะไรท่านหรอก แต่การที่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราเป็นเด็กบ้ากิจกรรมและกลับบ้านแค่ปีละ 2 ครั้ง มันทำให้เรารู้สึกดี ที่ได้เจอพ่อแม่ทุกวัน

จนถึงตอนนี้เมื่อไม่กี่วันก่อนกลับไปประชุมที่กรุงเทพฯมา ก็พบว่าเราทรมานกับวีถีชีวิตในกรุงเทพฯเสียแล้ว คือมันทำให้พลังชีวิตลดลงมหาศาลมากๆ ถ้าไม่นับว่าที่นั่นมีกิจกรรม มีนิทรรศการ มีงานเสวนา ที่น่าสนใจอยู่เสมอๆ กรุงเทพฯก็แทบไม่เหลืออะไรให้เราคะนึงหา

เราว่าเราตกหลุมรักวิถีชีวิตแบบนี้เสียแล้วหละ  :-)
 
-----
เพิ่มเติม : สำหรับเรื่องความรักแฟนเราอยู่ชลบุรี เท่าที่ผ่านมาเมื่อขึ้นไปกรุงเทพฯ ก็จะพยายามหาโอกาสเจอกัน ถ้าไม่เราไปชลบุรี แฟนก็จะมากรุงเทพฯ สำหรับเราเองระยะทางแม้จะสร้างความคิดถึง แต่ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อความรักนะ

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

ยินดีด้วยที่หลุดไปจากกรุงเทพครับ

ผมเองก็มความคิดทำนองนี้อยู่เหมือนกัน

แต่ก็ติดนู่นติดนี่หลายอย่าง

แล้วก็เผลอหลงรักบางโมเมนท์ที่กรุงเทพเป็น

เกลียดบางอย่าง แต่ก็หลงไหล ติดใจกับบางอย่าง

ก็เลยต้องอยู่ต่อไปอย่างนี้

อย่างไรก็ตาม ขอให้ชีวิตเจอแต่เรื่องดี ๆ นับแต่นี้ต่อไปนะครับ

#1 By kae on 2013-08-26 16:36